Open post
ธุรกิจ

Power of The Act: แนวทางพัฒนากฎหมายรองรับธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนฯ

Power of The Act: แนวทางพัฒนากฎหมายรองรับธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนฯ

ธุรกิจ

ตามที่ผู้เขียนได้อธิบายใน EP.11 ซึ่งได้เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ไม่ได้รองรับสิทธิในการใช้หลุมหรือแหล่งสะสมปิโตรเลียมเพื่อกักเก็บคาร์บอน (CCS) ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ประเทศไทยจะมีแนวทางในการพัฒนากฎหมายอย่างไรเพื่อให้สามารถรองรับ “สิทธิ” ในการประกอบกิจการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทย และทำอย่างไรให้กฎหมายช่วยสร้างความปลอดภัยในการประกอบกิจการทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและบุคคลได้ รัฐไม่ควรรอให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายก่อนแล้วจึงแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาความเสียหายแต่ควรจะมีมาตรการในเชิงป้องกันอีกด้วย ในบทความนี้ ผู้เขียนจะแสดงถึงแนวทางในการพัฒนากฎหมายไทยโดยอาศัยกฎหมายของสหภาพยุโรป (EC Directive 2009/31/EC on the Geological Storage of Carbon Dioxide ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “CCS Directive”) และกฎหมายของสหราชอาณาจักร (Energy Act 2008 ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “UK Energy Act”)

*ความเสี่ยงและผลกระทบของการดำเนินโครงการ CCS

Working Group III of the Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ได้เผยแพร่ Special Report on Carbon Dioxide Capture and Storage (ตีพิมพ์โดย Cambridge University Press ในปี ค.ศ. 2005) โดยได้อธิบายถึงความเสี่ยงที่โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า การกักเก็บคาร์บอนในแหล่งสะสม (Geological Reservoirs) มีความเสี่ยงที่ “คาร์บอนไดออกไซด์จะรั่วไหล” หากเกิดการรั่วไหลขึ้น โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ย่อมกลายเป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา Climate Change หากแต่จะกลายเป็นสิ่งที่สร้างปัญหา Climate Change เสียเอง ความเสี่ยงนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “Global Risks” ของโครงการ CCS นอกจากนี้ หากคาร์บอนไดออกไซด์เกิดรั่วไหลจากแหล่งสะสมยังก่อความเสี่ยงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ณ บริเวณที่ตั้งโครงการ เช่น การก่ออันตรายแก่ผู้คน ระบนิเวศ และระบบน้ำใต้ดิน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น “Local Risks” อีกด้ว การรั่วไหลของคาร์บอนไดออกไซด์อาจเกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการการอัดคาร์บอนไดออกไซด์ลงในแหล่งสะสม (ศักยภาพในจุ (Capacity) คาร์บอนไดออกไซด์ของแหล่งสะสมจะต้องถูกประเมินก่อนการอัดคาร์บอนไดออกไซด์ลงแหล่งกักเก็บ ในระหว่างการอัดคาร์บอนไดออกไซด์ลงแหล่งกักเก็บผู้ประกอบการจะต้องป้องกันมิให้เกิดสภาวะการมีแรงดันมากเกินไป (Overpressure) ซึ่งการรั่วไหลประเภทนี้สามารถก่ออันตรายให้กับผู้ปฏิบัติงาน ณ จุดและเวลาที่มีการรั่วไหล เนื่องจากการที่คาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นมากกว่า 7-10% จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของมนุษย์ได้

นอกจากนี้ การรั่วไหลอาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดที่ไม่ถูกตรวจพบ รอยแตก หรือแหล่งสะสมที่มีรูรั่ว ซึ่งจะเป็นกรณีที่รั่วไหลในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และฟุ้งกระจายมากกว่าการรั่วไหลแบบแรก สามารถทำให้แหล่งน้ำ (ทั้งผิวดินและใต้ดิน) และระบบนิเวศปนเปื้อน การรั่วไหลลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดสภาวะความเป็นกรดในดิน (Acidification of Soils) และการกำจัดออกซิเจนออกจากดิน (Displacement of Oxygen in Soils) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ระบบการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Storage System) จะต้องถูกออกแบบอย่างระมัดระวัง และมีความจำเป็นที่ระบบกักเก็บนั้นจะต้องมีระบบตรวจจับการรั่วไหลที่มีประสิทธิภาพ (ที่สามารถตรวจจับการรั่วไหลได้ก่อนที่คาร์บอนไดออกไซด์จะรั่วขึ้นมาถึงผิวดิน)

Scroll to top